เลือกซื้อแอร์แบบไหนให้ห้องมีความคูล

ประเด็นหลัก
วิธีการเลือกซื้อแอร์ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงคุณรู้ขนาดห้องที่จะต้องใช้แอร์ คุณก็จะหาค่า BTU (ขนาดทำความเย็นของแอร์) ได้ ที่สำคัญควรเลือกที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ด้วย เพราะช่วยประหยัดพลังงาน และยังเป็นฉลากที่รับรองถึงมาตรฐานของผลิตภัณฑ์
เมืองไทยอากาศมันช่างร้อน ใส่บิกินีเดินดีไหมหนอ…. ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ เพียงคุณติดตั้งแอร์ไว้คลายร้อนที่บ้านสักตัวก็เพียงพอแล้ว แต่เอ๊ะ!
จะเลือกซื้อแอร์แบบไหนให้ได้แบบคูลๆ ถูกใจ และคุ้มค่า วันนี้ Gurubaan มีเคล็ดลับมาฝากค่ะ เตรียมตัวจดรายละเอียดวิธีเลือกซื้อแอร์กันเล๊ย…
1.เลือกแบบประหยัดพลังงาน
เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เพราะนั่นหมายถึง คุณภาพในการใช้พลังงานที่คุ้มค่าที่สุด ซึ่งจะช่วยประหยัดพลังงาน และประหยัดค่าไฟได้นั้นเองค่ะ โดยฉลากนี้ต้องเป็นฉลากของ สมอ. หรือ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม เท่านั้นจึงจะเชื่อถือได้ โดยคุณภาพจะกำหนดเป็นตัวเลขได้ดังนี้
• เลข 5 – ดีมาก ประสิทธิภาพการประหยัดไฟสูงสุด
• เลข 4 – ดี ประสิทธิภาพการประหยัดไฟสูง
• เลข 3 – ปานกลาง ประสิทธิภาพการประหยัดไฟปานกลาง
• เลข 2 – พอใช้ ประสิทธิภาพการประหยัดไฟพอใช้
• เลข 1 – ต่ำ ประสิทธิภาพการประหยัดไฟระดับต่ำ ไม่ควรใช้
2.เลือกขนาดแอร์ให้เหมาะกับห้อง
เพื่อให้ได้แอร์ที่เหมาะสม และช่วยประหยัดพลังงาน จึงควรรู้ขนาดห้องที่ชัดเจน จะได้คิดค่า BTU ได้อย่างถูกต้อง (BTU คือ ขนาดทำความเย็นของแอร์) การเลือกแอร์ที่มี BTU สูงเกินไปจะทำให้การทำงานของคอมเพรสเซอร์ตัดบ่อย เนื่องจากมีการทำความเย็นอย่างรวดเร็ว การทำงานลดน้อยลงส่งผลให้มีความชื้นภายในห้องสูง ผู้ที่อยู่อาศัยอาจป่วยหรือไม่สบายได้ แต่ถ้าหากเลือกแอร์ที่มี BTU ต่ำเกินไป จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนัก เพราะอุณหภูมิความเย็นไม่ตรงตามที่ตั้ง หรือกำหนดไว้ ซึ่งจะส่งผลทำให้แอร์เสียได้ง่าย
3.คุณสมบัติพิเศษและดีไซน์
ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ ก่อนซื้อแอร์สักเครื่องคุณจึงควรเปรียบเทียบคุณสมบัติพิเศษต่างๆ ว่ามีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร เช่น ระบบตรวจจับเซ็นเซอร์ ระบบตัดแอร์เมื่ออุณหภูมิห้องเย็นเกินไป ฯลฯ นอกจากนี้อย่าลืมเลือกรูปร่างหน้าตาของแอร์ในแบบที่คุณชอบด้วยนะคะ เลือกแบบให้เข้ากับห้องนั้นๆ จะได้ออกมาดูสวยงามกลมกลืนกัน
4.เลือกประเภทของการใช้งาน
แบ่งเป็น 2 รูปแบบ ดังนี้
• แบบติดผนัง มีความเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับห้องที่มีพื้นที่น้อย หรือไม่ต้องการวางบนพื้นให้เกะกะ เสียงเงียบ และรูปลักษณ์ทันสมัย แต่ไม่เหมาะกับห้องที่ต้องการความเย็นสูงเป็นเวลานาน มีราคาแพงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศชนิดต่างๆ ที่มีขนาดเท่ากัน เพราะมีประสิทธิภาพสูงกว่า และมีสวิตช์ควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับควบคุมอุณหภูมิความเย็นของห้อง
• แบบตั้งพื้น เหมาะกับห้องที่มีลักษณะเป็นกระจกทั้งหมด หรือผนังทึบซึ่งไม่อาจเจาะช่องเพื่อติดตั้งได้ เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องปรับอากาศชนิดต่างๆ ที่มีขนาดเท่ากัน เครื่องปรับอากาศชนิดนี้ส่วนใหญ่จะมีประสิทธิภาพต่ำกว่า และข้อเสียคือ หน้าตาไม่ทันสมัย รวมทั้งกินไฟมากกว่าด้วย
รู้จักวิธีเลือกแอร์ไว้คลายร้อนกันแล้วก็อย่าลืมเตรียมตัวเตรียมเงินออกไปซื้อกันนะคะ ที่สำคัญอย่าลืมเอากระดาษที่จดวิธีการเลือกแอร์ติดตัวไปด้วยนะ ไม่อย่างนั้นคุณอาจได้ยืนงงที่หน้าร้านแน่ๆ ว่าจะเลือกซื้อแอร์แบบไหนดี

Credit https://www.gurubaan.com/